โบท็อก

ฉีดโบท็อก (Botox หรือ Botulinum Toxin)

เป็นชื่อทางการค้าของสารสกัดที่เรียกว่า “โบทูลินัม ท็อกซิน เอ” (Botulinum toxin A) จากแบคทีเรียคลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) เป็นนวัตกรรมเพื่อการลดริ้วรอยและปรับรูปใบหน้าซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

สารบัญ

  • ฉีดโบท็อก คือ อะไร
  • การทำงานและกลไกการออกฤทธิ์หลัง ฉีดโบท็อก
  • ฉีดโบท็อก รักษาอะไรได้บ้าง
  • ระยะเวลาการออกฤทธิ์หลัง ฉีดโบท็อก
  • ฉีดโบท็อก เหมาะกับใคร
  • ฉีดโบท็อก อยู่ได้นานแค่ไหน ?
  • ฉีดโบท็อกซ์ แต่ละยี่ห้อให้ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไร ?
  • โบท็อกที่ผ่านการรับของจากอย.ไทยมีแบรนด์ไหนบ้าง
  • ก่อน ฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวอย่างไร
  • ขั้นตอนการ ฉีดโบท็อก
  • การดูแลหลัง ฉีดโบท็อก
  • ข้อห้ามในการ ฉีดโบท็อก
  • ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการ ฉีดโบท็อก
  • อันตรายและผลข้างเคียงจากการ ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อก คือ อะไร

โบท็อก หรือ Botulinum toxin A เป็นโปรตีนที่สกัดได้จากการสร้างของแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) ซึ่งเชื้อโรคนี้ หากได้รับมากเกินไปจะทำให้อาหารเป็นพิษหรือเกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ อย่างพอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวอันเป็นผลดีกับวงการแพทย์

ซึ่งเริ่มแรกได้นำสารนี้มาใช้ฉีดในการรักษาโรคตาเหล่ ตาเข และพัฒนาต่อมาใช้ในวงการเสริมความงาม โดย ฉีดโบท็อกซ์ เพื่อช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ ลดลงและทำให้ผิวหน้าดูเด็ก และดูกระชับมากยิ่งขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม ในข้อดีของการ ฉีดโบท๊อก รักษาอาการต่างๆ ก็ยังมีข้อเสียบางอย่างที่ผู้เข้ารับบริการต้องพึงระวัง เพราะสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ นั้น เป็นสารที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) ซึ่งหากได้รับโดยรับประทานเข้าไป ก็อาจทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษ หรือทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้

โบท็อก ช่วยอะไร

การทำงานและกลไกการออกฤทธิ์หลัง ฉีดโบท็อก

เมื่อ ฉีดโบท็อก เข้าไป การทำงานของโบท๊อกจะจับกับปลายประสาท ทำให้เซลล์ประสาทไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทมาที่กล้ามเนื้อได้ จึงทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเป็นอัมพาตชั่วคราว

ส่งผลให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อส่วนที่ฉีดโบท็อก กล้ามเนื้อผ่อนคลายลง ริ้วรอยต่างๆ จะลดลง เนียนเรียบขึ้นจากเดิม อีกทั้งการ ฉีดโบท็อก ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยใหม่ได้อีกด้วย

โบท็อก ดีไหม

โบท็อก มีลักษณะเป็นเป็นโปรตีนในน้ำใสๆ เมื่อฉีดเข้าสู่บริเวณกล้ามเนื้อ จะแยกเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่จะถูกดูดซึมเข้าไปเก็บไว้ในเซลล์ประสาทเท่านั้น! เป็นส่วนที่จะออกฤทธิ์ ถ้าส่วนนี้มีความเข้มข้นสูงก็จะทำให้โบท็อกซ์นั้นอยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  • ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม โบท็อกจะปลิวไปตามกระแสเลือดภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ชม.หลังฉีด และถูกขับออกด้วยกระบวนการของร่างกายไปในที่สุด โดยไม่มีผลต่อเซลล์อื่นๆ ของร่างกาย(หรือพูดง่ายๆว่า เสียไปฟรีๆนั่นเอง)

ฉีดโบท็อก รักษาอะไรได้บ้าง

การฉีดโบท็อก นิยมใช้ในกลุ่มผู้ที่ต้องการให้ผิวใบหน้าไม่หย่อนคล้อย กล้ามเนื้อผิวหน้ามีความกระชับ ดูเรียวสวยเต่งตึง และรูขุมขนตื้นขึ้น นอกจากนี้ การ ฉีดโบท๊อก ยังนำไปใช้การรักษาอาการเจ็บป่วยอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น

  • ไมเกรน
  • ตาเข
  • หนังตากระตุก
  • กล้ามเนื้อคอหดเกร็ง
  • กล้ามเนื้อหลังอักเสบเรื้อรัง
  • แก้ปัญหากล้ามเนื้อน่องโป่ง ช่วยให้ขาดูเรียว
  • แก้ปัญหาในผู้ที่มีเหงื่อออกมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่บริเวณมือและรักแร้

ระยะเวลาการออกฤทธิ์หลัง ฉีดโบท็อก

• ฉีดโบท็อก เพื่อช่วยลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลได้ภายใน 3-7 วัน กลไกลการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อขยับได้น้อย ริ้วรอยบนใบหน้าจึงค่อย ๆ ลดลง จะ ฉีดโบท็อก ตรงบริเวณริ้วรอย ที่เป็นริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์บนใบหน้า เช่น เส้นที่หน้าผาก ตีนกา รอยขมวดคิ้ว ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย

• ฉีดโบท็อก เพื่อช่วยปรับรูปหน้า จะเริ่มเห็นผลภายใน 1-2 เดือน กลไกการออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อเล็กลง เนื่องจากกล้ามเนื้อโดยปกติหากไม่ได้ขยับเขยื้อนจะค่อย ๆ มีขนาดเล็กลงตามธรรมชาติ โดย ฉีดโบท๊อก ตรงแนวขากรรไกร แก้ม เพื่อให้ใบหน้าเล็กลงและดูเรียวยิ่งขึ้น

• ฉีดโบท็อก เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว สามารถทำการ ฉีดโบท๊อก ร่วมกับคอลลาเจนได้ โดยจะช่วยให้ผิวตึงกระชับ ผิวใสขึ้น ซึ่งจะไม่เกิดอันตรายในระยะยาว

โบท็อก รักษาอะไร

ฉีดโบท็อก เหมาะกับใคร

  1. ฉีดโบท็อก เพื่อลดรอยย่นบริเวณหน้าผาก
  2. ฉีดโบท็อก เพื่อลดรอยย่นหว่างคิ้ว
  3. ฉีดโบท็อก เพื่อลดรอยตีนกา
  4. ฉีดโบท็อก เพื่อปรับยกคิ้ว
  5. ฉีดโบท็อก ลดริ้วรอยบริเวณสันจมูก
  6. ฉีดโบท็อก ปรับยกมุมปาก
  7. ฉีดโบท็อก ปรับรูปหน้าให้กระชับ
  8. ฉีดโบท็อก ลดภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ รักแร้เปียก กลิ่นตัวแรง
  9. ฉีดโบท็อก ลดขนาดของกล้ามเนื้อน่องขา ปรับขาให้เรียวสวย
  10. ฉีดโบท็อก เพื่อแก้ปัญหาอื่นๆ ทางการแพทย์
โบท็อก กี่วันเห็นผล

ฉีดโบท็อก อยู่ได้นานแค่ไหน ?

ผลลัพธ์ของการ ฉีดโบท็อก จะไม่ได้อยู่อย่างถาวร ซึ่งปกติแล้วโบท็อก จะอยู่ได้นาน 4-8 เดือน โดยอายุการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์นั้น ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

• ยี่ห้อของโบท็อกซ์ที่ฉีด หากเลือก ฉีดโบท็อก ที่มีความบริสุทธิ์สูง จะอยู่ในร่างกายได้นานกว่า เพราะร่างกายจะทำลายโปรตีนที่จับกับโบท็อก โดยโบท็อกที่มีโปรตีนมากกว่าจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าโบท็อกที่มีโปรตีนสูง

• ตำแหน่งที่ ฉีดโบท๊อก ที่เป็น กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ไหล น่อง จะมีปริมาณเส้นใยกล้ามเนื้อมาก ดังนั้นกล้ามเนื้อจึงกลับมาใช้งานได้เร็ว ระยะเวลาที่โบท๊อกออกฤทธิ์จึงสั้นกว่า กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น กราม หน้าผาก หางตา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณโบท็อกที่ใช้ ซึ่งต้องอยู่ในการประเมินโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

โบท็อก ยี่ห้อไหนดี

โบท็อก แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?

ปัจจุบันโบท็อกมีอยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันทั้งบริษัทที่ผลิต ประเทศที่ผลิต เช่น ประเทศเกาหลี ประเทศเยอรมัน ประเทศอังกฤษ รวมไปถึงความบริสุทธิ์ของตัวยาที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาและระยะเวลาในการออกฤทธิ์อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ โบท๊อกยอดนิยมที่หลายคนเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่รู้ถึงความแตกต่างในแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

โบท็อกที่ผ่านการรับของจากอย.ไทยมีแบรนด์ไหนบ้าง

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ โบท็อกหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ แต่ละยี่ห้อก็จะมีขนาดโมเลกุล ความบริสุทธิ์ของตัวยา และปริมาณสารสำคัญที่แตกต่างกัน จึงทำให้คุณสมบัติและราคาของ โบท๊อก นั้นแตกต่างกันไปด้วย

โบท็อก ผ่านอย.ไทย

1. อัลเลอร์แกน (Allergan) เป็นผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ถูกผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นโบท็อกตัวดั้งเดิมที่ผลิตมายาวนาน มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก และผ่านการพัฒนาให้มีโอกาสของการดื้อยาน้อยที่สุด ข้อดีของ โบท็อกซ์ ยี่ห้อนี้คือ กระจายตัวแคบ ทำให้ควบคุมการฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด แต่ในทางกลับกัน หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ก็จะเห็นข้อผิดพลาดได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคิ้วกระดก ยิ้มแข็งหรือแก้มตอบ

2. ดิสพอร์ต (Dysport) เป็นผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ถูกผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีจุดเด่นคือ โบท๊อกมีกระจายตัวได้ดี จึงเหมาะสำหรับใช้ฉีดในบริเวณกว้าง เช่น ฉีดลดเหงื่อ ลดต้นแขน ลดน่องปูด

โบท็อก ซิโอมิน

3. ซีโอมิน (Xeomin) ผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ผลิตในประเทศเยอรมนี มีจุดเด่นคือ มีการนำสารโปรตีนขนาดใหญ่ตัวอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก ทำให้เหลือเฉพาะสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์ และเป็นโมเลกุลเล็ก เมื่อฉีดแล้วจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป และมักได้ผลดีแม้ในกรณีที่ดื้อยา แต่ผู้เข้ารับบริการจะต้องหยุดการ ฉีดโบท็อก มาแล้วอย่างน้อย 2-3 ปี และราคาของ โบท็อกซ์ ยี่ห้อนี้จะค่อนข้างสูง

4. นูโรน็อกซ์ (Neuronox) ผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ผลิตในประเทศเกาหลี คุณสมบัติค่อนข้างใกล้เคียงกับยี่ห้ออัลเลอร์แกน คือ มีการกระจายตัวของ โบท๊อก ค่อนข้างแม่นยำใกล้เคียงกัน แต่ราคาจะถูกกว่าประมาณครึ่งหนึ่ง

5. โบทูแล็กซ์ (Botulax) ผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ผลิตในประเทศเกาหลี จุดเด่นคือ โบท็อก ออกฤทธิ์เห็นผลค่อนข้างไว ราคาประหยัด แต่ข้อเสียคือ สลายตัวเร็ว ไม่ค่อยคงทนยาวนานมากนัก

โบท็อก โนโบตะ

6. นาโบตะ (Nabota) ผลิตภัณฑ์โบทูลินั่มท็อกซิน ที่ผลิตในประเทศเกาหลี จัดเป็น โบท็อก ยี่ห้อพรีเมียม มีสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอบริสุทธิ์สูง ออกฤทธิ์เร็ว เน้นใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่หน้าผาก หางตา ปรับรูปหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกรามดูเล็กลง

ผลิตภัณฑ์ โบท็อก ทุกยี่ห้อได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยแล้ว แต่ผู้เข้ารับบริการก็ยังต้องระมัดระวังผลิตภัณฑ์ โบท๊อก ปลอมที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

เพราะสารในผลิตภัณฑ์ โบท็อกซ์ปลอมนั้นอาจส่งผลข้างเคียงร้ายแรง และทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ด้วย

โบท็อก ราคาถูก

ก่อน ฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนเข้ารับบริการ ฉีดโบท็อก จำเป็นจะต้องเข้าพบแพทย์เสียก่อน เพื่อทำการตรวจผิวหนังและปรึกษาเกี่ยวกับบริเวณที่จะฉีด

  • งดรับประทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก เช่น

• ยาแอสไพริน (Aspirin)
• ยาแก้ปวดกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-SteroidalAnti-Inflammatory Drugs: NSAIDs)
• ยาวาร์ฟาริน (Warfarin)
• วิตามินซี
• น้ำมันตับปลา
• แปะก๊วย

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เหล้า เบียร์ ไวน์ น้ำหมัก
  • งดรับประทานอาหารประเภทหมูกะทะ ปิ้งย่าง ชาบู ที่ต้องนั่งหน้าเตาร้อนๆ
  • งดรับประทานอาหารที่เผ็ดมากๆ หรือแสบร้อนจนหน้าแดง
  • งดรับประทานอาหารหมักดอง เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เช่น ปลาร้า หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง
  • งดสูบบุหรี่ ในบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด ไม่ควรประคบร้อน
โบท็อก อยู่ได้นานไหม

ขั้นตอนการ ฉีดโบท็อก

1. แพทย์ตรวจสอบสภาพผิวที่จะทำการ ฉีดโบท็อก และพูดคุยกับผู้เข้ารับบริการว่าจะฉีดบริเวณจุดไหนบ้าง รวมถึงยี่ห้อผลิตภัณฑ์ในการฉีดว่าเป็นยี่ห้อใด

2. แพทย์จะทายาชาเหรือใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่จะฉีดก่อน เพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บเกินไป

3. แพทย์ทำการ ฉีดโบท๊อก โดยจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดสารโปรตีนปริมาณพอเหมาะลงไปที่กล้ามเนื้อ เวลาในการฉีดจะประมาณ 10-15 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณที่ฉีด

โบท็อก ดูแลอย่างไร

การดูแลหลัง ฉีดโบท็อก

หลังจาก ฉีดโบท็อก แล้ว ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งมักได้แก่

  1. ไม่นอนราบในช่วง 3-4 ชั่วโมงแรกหลังจาก ฉีดโบท็อก เพราะ โบท็อก อาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ ให้นอนหงายหนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
  2. ไม่ประคบร้อนและระวังอย่าให้ลมร้อนจากไดร์เป่าผมไปเป่าบริเวณที่เพิ่ง ฉีดโบท็อก มาเป็นเวลา 2 สัปดาห์
  3. ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการ ฉีดโบท็อก มา เป็นเวลา 6-8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
  4. หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1-2 วันแรกหลังการ ฉีดโบท็อก ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากเข็มฉีดยา ให้ใช้น้ำแข็งประคบได้
  5. ควรไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อปรึกษาว่าควรเลื่อนการ ฉีดโบท็อกออกไปก่อนดีหรือไม่
โบท็อก ข้อห้ามการฉีด

ข้อห้ามในการ ฉีดโบท็อก

ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำสวยได้ด้วยการ ฉีดโบท็อก ซึ่งบุคคลไม่สามารถ ฉีดโบท๊อก ได้ ดังนี้

  1. ผู้ที่มีอาการแพ้สาร Botulinum
  2. ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  3. ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงรุนแรง
  4. ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกแล้วหยุดยาก

ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากการ ฉีดโบท็อก

หากเลือกใช้ตัวยาโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีปัญหาเรื่องการดื้อยาในอนาคตทำให้การฉีดครั้งต่อไปไม่ได้ผล นอกจากนี้ควร ฉีดโบท็อก ในปริมาณที่เหมาะสมโดยแพทย์ที่มีความชำนาญ เพราะการ ฉีดโบท๊อก ในปริมาณที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป

นอกจากจะดื้อยาแล้ว ยังมีผลเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยว ทำให้เกิดปัญหาขากรรไกรค้างได้ด้วย

อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้หลายๆ คนจะมีความกังวลว่า ฉีดโบท็อก แล้วจะทำให้ใบหน้าไม่เท่ากัน แสดงสีหน้าไม่ได้ หน้าตึงเกินไป ซึ่งหากเราเลือกใช้ตัวยาที่มีคุณภาพ และ ฉีดโบท็อก กับแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

เลือกสถานบริการที่น่าเชือถือ ปลอดภัย จะช่วยลดความกังวลเหล่านั้นได้ หรือหากฉีดแล้วมีปัญหาเรื่องตึงมากไป การประคบอุ่นจะช่วยให้การทำงานของโบท็อกซ์ลดลง อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเวลาผ่านไป โบท็อกเป็นยาที่สลายได้โดยธรรมชาติ หากไม่พอใจก็สามารถรอให้ฤทธิ์ยาหายไปได้เอง

โบท็อก ที่ไหนดี

อันตรายและผลข้างเคียงจากการฉีดโบท็อก

ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วโบท็อกซ์ของแท้ ผ่านอย. จะไม่ทิ้งสารตกค้างให้แก่ร่างกายของเรา แต่การ ฉีดโบท็อก นั้นก็มีความเสี่ยงต่างๆที่จะตามมา จะเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังจากการ ฉีดโบท็อก ดังนี้

• ติดเชื้อ เกิดจากการเลือกคลินิกที่ไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉีดไม่สะอาด รวมไปถึงเกิดจากหมอที่ฉีดไม่ใช่หมอจริงๆ ที่เคยได้ยินว่า หมอกระเป๋า นั่นเอง เพราะผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์จะไม่รู้จัก Sterile technique (เทคนิคการทำให้ปราศจากเชื้อโรค) ซึ่งเป็นเทคนิคที่สำคัญในการป้องกันการติดเชื้อจากการทำหัตถการทุกชนิด

• ตาตก จะพบได้ในการ ฉีดโบท๊อก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้เปลือกตาด้านบน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหนังตาอ่อนแรงและตกลงมาได้ หากฉีดไม่ถูกวิธีและใช้เทคนิคที่ไม่ปลอดภัย

• มุมปากเบี้ยว ยิ้มไม่สุด จะพบได้จากการ ฉีดโบท็อก บริเวณกราม ซึ่งเกิดจากการกระจายตัวไปผิดจุดของโบท็อก จะเกิดได้ทั้งการยิ้มไม่ขึ้น แสดงสีหน้าได้ไม่ปกติ หรือเรียกกันว่า หน้าแข็ง นั่นเอง

โบท็อก อันตรายไหม

โดยสาเหตุหลักการเกิดผลข้างเคียงจากการ ฉีดโบท็อก ดังกล่าวมานี้ เกิดได้ด้วยกันหลายปัจจัยด้วยกัน ดังนี้

• ความไม่ชำนาญของแพทย์ หากไม่ใช่แพทย์จริงๆ หรือเป็นหมอกระเป๋า อาจเกิดความผิดพลาดในตำแหน่งที่ฉีดมีความคลาดเคลื่อนขึ้นได้

• คุณภาพของโบท็อก หากเป็นโบท็อกของแท้ ผ่านอย. ไม่ใช่ยาหิ้ว หรือยาที่ไม่ได้มาตรฐาน จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าโบท็อกของปลอม

• ปริมาณในการฉีด หรือเรียกว่ายูนิต ซึ่งการฉีดในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เกิดอาการแข็งตึง จนไม่สามารถแสดงสีหน้าความรู้สึกได้ เช่น ยิ้มไม่สุด ไม่สามารถยกปากบนได้ ไม่สามารถยกคิ้วได้

• การไหลของโบท็อก เกิดได้จากการดูแลตัวเองหลัง ฉีดโบท็อก ของคนไข้ เช่น การนอนราบหลัง ฉีดโบท็อก ทันที ก็จะทำให้ตัวยากระจายไปในส่วนที่เราไม่ต้องการ จนเกิดผลข้างเคียงต่างๆตามมานั่นเอง นอกจากนี้ความบริสุทธิ์ของโบท๊อก ก็จะส่งผลให้เกิดการไหลของตัวยาได้เช่นเดียวกัน ยิ่งตัวยาที่มีความบริสุทธิ์มาก ความเสี่ยงในการไหลก็จะลดลงด้วย

คลินิกหมอขนม

ไลน์
ส่งข้อความ
โทร